รังสี UVA และ UVB ส่งผลเสียต่อผิวเรายังไง

24 จำนวนผู้เข้าชม  | 

รังสี UVA และ UVB ส่งผลเสียต่อผิวเรายังไง

เคยสงสัยกันไหมคะ??  ว่าแสงแดดที่เราต้องพบเจอในชีวิตประจำวันอย่างเลี่ยงไม่ได้ ส่งผลร้ายอย่างไรต่อผิว ทำไมเราต้องทาครีมกันแดดในทุกๆวัน หรือแม้แต่วันที่ไม่มีแสงแดด    วันนี้เรามาทำความเข้าใจกับรังสี UVA และ UVB และวิธีดูแลรักษาผิวให้รอดพ้นจากรังสีเหล่านี้กันค่ะ 

 

Ultraviolet A หรือ UVA เป็นรังสีที่มีช่วงคลื่นยาว อยู่ที่ 320 ถึง 420 nm รังสีชนิดนี้ สามารถผ่านทะลุกระจกได้ แม้เราจะอยู่ในตัวอาคาร และสามารถทะลุเข้าสู่ผิวหนังชั้นลึกของเราได้ สามารถไปกดภูมิต้านทานของผิวหนัง ส่งผลให้ร่างกายไม่สามารถปกป้องผิวจากการเกิดและแพร่กระจายของมะเร็งผิวหนังได้ นอกจากนี้ UVA ยังส่งผลร้ายต่อผิว ซึ่งจะทำให้ผิวแก่ก่อนวัยอันควร  เหี่ยวย่น เกิดจุดด่างดำ ฝ้าต่างๆ  ท่ามกลางแสงแดดที่แผดเผา มีแสง UVA ที่กระทบถึงผิวเราได้ถึง 95% และมีมากถึง 80% ในวันที่แสงแดดอ่อนๆ



Ultraviolet B หรือ UVB  จะเป็นรังสีที่มีช่วงคลื่นที่สั้นกว่ารังสี UVA  โดยจะอยู่ที่ 290-320 nm แม้ว่า UVB จะทะลุเข้าผิวได้ไม่ลึกเท่า UVA  แต่เป็นรังสีที่ทรงมากเพราะรังสีจาก UVB สามารถทำให้ผิวเราไหม้แดด แสบ แดง รวมถึงรอยคล้ำได้ด้วย และความแรงของ UVB จะต่างกับ UVA จะขึ้นอยู่กับช่วงเวลา แล้วก็พื้นที่ที่แสงแดดตกกระทบ ซึ่งจะรุนแรงมากในช่วงเดือนเมษายนถึงเดือนตุลาคมจะเป็นช่วงที่แสง UVB ค่อนข้างแรง และในช่วงเวลา 10 โมงเช้าถึง 4 โมงเย็นก็เป็นช่วงระหว่างวันที่มีแสง UVB แรงเช่นกันค่ะ


สรุปนะคะ รังสี UVA, UVB สามารถทำให้คอลลาเจนในผิวหนังเสื่อมสภาพได้ ซึ่งเป็นเหตุหนึ่งให้เกิดริ้วรอยก่อนวัย แต่ UVA มีความรุนแรงน้อย เพราะไม่สามารถก่อให้เกิดอาการแดดเผา การป้องกันก็คือ สวมใส่แว่นกันแดดเพือป้องกัน หรือทาโลชั่นที่มีค่า SPF สูงๆ และ ค่า PA++ หรือรับประทานคอลลาเจนก็สามารถช่วยยับยั้งได้

Powered by MakeWebEasy.com